Skip to main content

เนื่องด้วยมีการพาดพิงถึงอย่างไม่เป็นธรรม และถูกต้อง(ใช้หลักกฎหมาย ไม่ใช่การพูดลอยๆ)
โดยอ้างถึงผมไปโกงต่างๆนาๆ บิดเบือนให้คนที่เข้ามาอ่านแล้วเกลียดชัง หรือเข้าใจผิด ….สาเหตุที่ผมเลือกไม่โต้ตอบ ถึงแม้จะทำให้เสียชื่อเสียง เพราะผมต้องการโฟกัสกับงาน รวมถึงแก้ปัญหามากกว่าที่จะไปอธิบายใครต่อใคร

ขอชี้แจงก่อนนะครับ เรื่องทั้งหมดมันผ่านมา  7  8 ปี แล้ว และถูกแก้ไข ปิดจบไปจะหมดแล้ว แต่ข้อมูลอาจไม่อัพเดทไปถึงใครๆเลย

ก่อนที่จะอ่านด้านล่าง ผมอยากให้เปิดใจสิ่งเหล่านี้ในมุมของผมบ้าง

  • ในวันที่ต้องดูแลปากท้องคนรอบตัว พนักงาน ครอบครัว เจอปัญหาสภาพคล่อง งานมีปัญหา ในช่วงที่อายุน้อยขาดประสบการณ์ ตัดสินใจไม่ดี คุณจะทำยังไง ระหว่างปล่อยให้เค้าอด ไม่มี ลำบาก จริงๆหรอ

  • วันเงินเดือนออก วันที่ครอบครัว พนักงาน ผมต้องวิ่งหยิบยืมเงิน ลดราคางานลง เพื่อให้คนข้างหลังได้อยู่ต่อ เป็นคุณจะทำอย่างไร

  • วันที่ผิดพลาดแล้วเรื่องธุรกิจ ต้องการแก้ไข แต่ยังถูกซ้ำเติมด้วยข้อมูลผิดๆที่ไม่หวังดี เป็นคุณจะทำอย่างไร

  • ไม่มีคนรอบตัว เพราะเจ้าของต้องแบกรับ หรือแก้ไขปัญหาเองทุกอย่างในเวลาที่เจอปัญหา และไม่ต้องการเอาปัญหาไปลงที่ใคร คุณจะทำอย่างไร ต้องเดินหน้าต่อใช่ไหม ยิ่งทำยิ่งแย่ แต่ถ้าสำเร็จบางเรื่องมันก็จะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ทำจะแย่กว่า

  • วันที่ถูกกล่าวหาด้วยข้อมูลที่ผิดๆ ไปที่ไหนมีแต่คนเข้าใจผิดๆ แต่ยังก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำงาน ไม่โต้ตอบอะไร หรือจะเอาเวลาไปทิ้งกับการอธิบายใครต่อใคร เป็นคุณจะทำอะไรก่อน
    สังเกตุง่ายๆ คนที่โจมตีด้วยข้อมูลผิดๆ ยังใช้ profile อวตารอยู่เลยครับ 😀 แชทผี มาทิ้งไว้แล้วหายไปบ้าง มันก็บ่งบอกหลายๆอย่างแล้ว

มาดูความจริงอีกด้านในเรื่องต่างๆแบบไวๆกันบ้างครับ

  1. โกงเงิน // มีสัญญากู้ยืม แหล่งที่โอนชัดเจน เช่นโอนเงินเดือน โอนค่าเช่า ไม่มีเอาไปทำอะไรอื่นเลย

  2. บริษัทนี้โกง // ทำงานจริงทุกตัว ส่งมอบขึ้นออนไลน์ตลอด ผิดใจกันแค่ระบบบางตัว ใบเสนอราคาที่ทำไว้ตั้งแต่แรก ผมยังกล้าประกันคืนเงิน เห็นเจตนาจริงๆจากผมบ้างไหมครับ

  3. รับงานไปแล้วทำไม่จบ // อยากให้ดูดีเทลจริงๆ ที่ไม่จบเพราะมันไม่ตรงกับตอนคุยเริ่มต้น ไม่จบเพราะคนกันเอง และความเกรงใจที่มีอะไรก็ต้องทำให้มากกว่า

  4. ไม่จ่ายเงินเดือน // ฟังดูร้ายแรง ปัญหามักจะพูดได้ตอนไม่จ่ายเดือนเดียว เดือนสุดท้าย  แต่ที่จ่ายมาเป็นปีๆหลายๆปี ไม่เคยพลาด วิ่งหาทุกทาง วิ่งปิดทุกงาน ไม่มีหักลามาสาย ต่อว่าลูกน้อง  สอนงานอย่างดี ไม่มีใครพูดถึงสิ่งเหล่านี้บ้างเลย

  5. ไม่จ่ายค่าเช่า // ฟังดูแย่เลย แต่จ่ายมาตลอด 4 ปีที่บริษัทไม่มีปัญหา ต้องแยกระหว่าง ไม่จ่ายหรือไม่มี ตอนที่เจอปัญหามันทุกอย่างมันคือไม่มี เพราะต้องจ่ายส่วนอื่นก่อน เช่นเงินเดือน คืนงาน น้ำ ไฟ? แต่ก็พยายามมาจนมันได้

  6. กินหรู อยู่สบาย // ยิ่งไม่จริงเลย  office อยุ่ติดตลาด บางวันทำกับข้าวกินเอง นั่งกินกับพื้น กินใน office กลับกันวันที่โอกาสพิเศษ เลี้ยงบริษัท ถึงจะไป ช่วงที่ลำบาก ไม่มีกิน ไม่อายเลยครับที่พูดตรงๆ    รถไม่ซื้อ นั่งแทกซี่ นั่งแกร่บ BTS ตลอดครับ กระเป๋าใช้จนขาด  คอมพิวเตอร์ซื้อสอง มือถือซื้อมือสอง ipadซื้อมือสอง  เข้าร้านจำนำบ่อยด้วยครับ

  7. ไปกู้อะไรมาเป็นล้าน แล้วไม่ใช้คืน // ฟังดูแย่อีก  กู้ไปจ่ายเงินเดือนครับ มีหลักฐานหมด กับรับผิดชอบเข้าไปนั่งทำงานต่อ ไม่ใช่ไม่ใช้คืน แต่ปิดงานไม่ได้จริงๆ เพราะคนก็ทิ้งงานไป ผมก็พยายามปรับแล้ว มันเข้าใกล้จะสำเร็จ แต่ท้ายสุด เวลามันไม่รอใคร เราพยายามในช่วงที่เราเจอปัญหา มันเดินได้ช้า และติดขัดมากกว่าช่วงที่ไม่เจอปัญหา

  8. ไม่ไปหางานทำ อายุก็ยังน้อย ฝืนเปิดบริษัทอยู่ได้ // วันที่ล้ม งานมันอยู่ในมือ จะให้ผมทิ้งได้อย่างไร ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำ หางานใหม่เข้ามา หารายได้ แก้เรื่องเก่าๆขนานกันไป  ยอดที่ต้องใช้ในเวลานั้น งานประจำมันไม่เพียงพอ ทางเดียวคือต้องเดินต่อ ต่อให้จะโดดเดี่ยว ขวากหนามเยอะขนาดไหน

มันคือความผิดพลาดครั้งนึงสมัยทำธุรกิจช่วงอายุน้อยๆ บริษัทล้ม บริหารไม่ดี เป็นหนี้เป็นสิน แต่กรณีที่พาดพิงถึงอย่างไม่เป็นธรรม ผมเลยขอใช้พื้นที่ของผมแจ้งเตือนตรงนี้อีกทางหนึ่ง

ยกตัวอย่างในเว็บ blacklist มีการกล่าวถึงว่าโกงต่างๆนาๆ สาเหตุและหลักฐานฝั่งผม มีตั้งแต่ลูกน้องเป็นคนทำงาน รวมถึงผู้ที่กล่าวหา เอางานไปใช้แล้วจริง(เว็บออนไลน์แล้ว) รวมถึงเอาเพจที่ยิงโฆษณา ไปเปลี่ยนชื่อ เพื่อใช้เป็นของตนเอง แต่เวลาตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากจำนวนสินค้าที่ตกลงกันตอนแรก ไม่นิ่ง และไม่ตรงกัน จึงไม่ได้ทำต่อ แต่คาดไม่ถึงว่าวันที่เค้านำเรามาแขวน เค้ากลับแขวนที่เราคนเดียว ทั้งที่งานนี้จ้างบริษัททำ ให้ลูกน้องทำและประสานงานโดยตรง แต่เวลาเกิดเรื่องกลับพาดพิงมาที่ผมเต็มๆ นั่นคือความจริงอีกด้านนึง (มีหลักฐานทุกอย่าง) พร้อมท้ายที่สุด งานทำไปแล้ว ยังยินดีที่จะคืนเงิน คือ ความจริงอีกด้านมันคนละเรื่องเลย แล้วเป็นงานที่คนรู้จักแนะนำมา(คนที่แนะนำ ผมก็ช่วยเหลือให้ยืมเงินทอง) อีกแหนะ ไม่คิดว่างานใกล้ตัวที่สโคปไม่นิ่ง รับเพราะช่วยกันเป็นคนรู้จักกัน จะพาดพิงให้เสียหาย ถือเป็นบทเรียนและความผิดพลาดของผม

ซึ่ง ณ เวลานั้นตัดสินใจ ที่จะไม่ชี้แจงใดๆ เพราะก็มีการคุยตกลงรายละเอียดกันไปหมดแล้ว และด้านกฎหมายจริงๆที่ไม่ใช่ กฎ Social มันคงจะตัดสินได้ดีกว่า รวมถึงกรณีอื่นๆ ที่คนที่พาดพิง ผมยังไม่รู้จักเลย เพราะส่วนมากใช้ Avatar  Profile ปลอมบ้าง มาแขวน มากล่าวหาเสียๆหายๆ ทั้งที่ตัวผมเอง ทำธุรกิจ ทำงานอยุ่ตลอด อยู่ในที่ที่เปิดเผยตลอดว่าทำงานอะไร ทำแบบไหน จุดมุ่งหมายคือทำเพื่อแก้ปัญหา แก้ไข ไม่ผิดพลาดอีก นั่นคือเจตนารมของผม

กับบางกรณีที่พาดพิง รวมถึงไม่เป็นความจริง หรือความจริงถูกบิดเบือน มีการเข้าแจ้งความ

ผมก็ได้มีการเข้าแจ้งความแบบเงียบๆไม่ต้องเปิดเผยอะไร เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ตรงหน้ามันสำคัญกว่าการที่จะบอก ให้ใครต่อใครเข้าใจครับ หลักฐานอีกฝั่งที่ผมมีทุกกรณี ตรวจสอบได้ มันคนละเรื่องเลย

ผมสรุปสิ่งที่ผมถูกพาดพิงมานะครับ

1.การกู้ยืมเงิน (ธุรกิจขาดสภาพคล่อง) ใช้ไม่ทัน สุดท้ายถูกมองว่าโกง  แถมมีสัญญากู้ยืมเงินอย่างถูกต้อง

2.ทำงานจนจบ เอาไปใช้จริง หรือบางกรณีไม่ได้ทำต่อ มีการตกลงตั้งแต่ต้นว่าจะคืนเงิน
ซึ่งผมก็เดินหน้าคืน มากน้อย ทุกราย ส่วนมากงานรับเข้าบริษัท มีพนักงานคอยช่วยทำ แต่เวลามีปัญหาถูกแขวนส่วนตัว
พอใช้ไม่ครบ หรือใช้คืนใช้เวลานาน ก็ถูกหาว่าโกง

ขอชี้แจงๆตรงๆ งานทุกตัวรวมแล้วหลักร้อยตัวที่รับมา ไม่มีงานไหนที่ไม่ทำครับ ทำทุกงาน จบเยอะกว่ามีปัญหา ตัวที่มีปัญหาก็ชดใช้กันไป มีแค่งานเดียวที่ผมรับเงินมาแล้วไม่ได้ลงงาน เนื่องด้วยตอนนั้นปัญหาถาโถม คนโจมตี อุปกรณ์ต่างๆ ผมต้องขายเพื่อใช้หนี้ก่อน แต่ท้ายสุดผมก็ไล่ปิดเคสจนจบ เพราะตอนที่รับงานนั้นมา บริษัทไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ตอนจะเริ่มทำงานปัญหาถาโถมเข้ามา จึงไม่สามารถทำต่อได้จริงๆ

กรณีที่งานผิดพลาด ไม่โทษใครเลย แต่ความจริงอีกด้านหลักฐานมันแน่นมาก เช่น ลูกค้าขอเพิ่ม  ลูกค้าขอลดราคา  สโคปไม่ชัดเจน แล้วเราเองก็อยากทำให้ ยอมเพิ่ม ไม่คิดเงิน พอทำเพิ่ม ส่วนที่เพิ่มไม่จบ ก็มามีปัญหา เป็นคนโกงไปในท้ายที่สุด
บางเคสหนักเลย ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครรับ แต่ผมกล้ารับ ทั้งที่ผมปฎิเสธไปแล้ว(มีหลักฐาน) หัวอกคนทำธุรกิจมันก็เห็นใจ สงสารกัน ก็เลยรับ รับแล้วก็เกิดปัญหา และรู้บ้างไหม บางเคสมีคนทำผิดพลาด ทั้งที่วันนั้นผมเดินหน้าประชุมหางานใหม่ๆเข้ามาเพื่อเลี้ยงดูคนของเรา วันที่ผิดพลาด ลูกค้าขอยกเลิก ยาวจนมาถึงต้องใช้เงินคืน อีกทั้งยังโดนแขวนคนเดียวเต็มๆ ความผิดพลาดคือผมไว้ใจคนทำงานให้ใช่ไหม โดยที่ไม่ตรวจทานให้ดี ทั้งที่ก็มีคนที่ทำหน้าที่ตรวจทานอยู่  แต่ทั้งหมดท้ายสุดมันก็คือความผิดพลาดของผม

และด้วยจำนวนพนักงานที่มีมาก (ช่วงนั้น ประมาณ 30 คน) เชื่อผมเถอะ ระหว่างเดินหน้าเพื่อเลี้ยงดูปากท้องพนักงาน ต้องเดินหน้ารับงาน ใหญ่ เล็ก ต้องรับหมด เพื่อให้หลายชีวิตอยู่รอด แต่พอท้ายที่สุดมันพังลงให้หลัง 2 ปี ปัญหาทั้งหมดก็ต้องวิ่งเข้ามาที่ผมคนเดียวเป็นธรรมดา ไม่มีใครพูดถึงในช่วงที่พยายามดูแลปากท้อง ดูแลลูกค้า ให้ใจ หรือเต็มที่กับสิ่งไหนๆในอีกมุม บางงานต้องแบกหน้าไปรับบอกลูกค้าตรงๆว่าต้องดูแลลูกน้อง ขอเบิก ของาน ขอเท่านี้   มันก็คือความผิดพลาดของผม แต่มันคือหน้าที่เจ้าของธุรกิจที่ต้องดูแลปกป้องคนรอบตัว จนถึงวันที่มันไม่ไหวจริงๆ เมื่อนั้นคนที่เราดูแลไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จะกลับมาในอีกรูปแบบนึง

3.หยิบยืมเงินคนใกล้ตัว ด้วยเหตุจำเป็น คนใกล้ตัวมีทั้งคนที่เคยส่งงานให้ คนรักเก่าๆ ในช่วงเวลาอดีตก็ช่วยเหลือกัน
แต่พอเวลาผ่านมา ถูกบิดเบือนด้วยข้อมูลที่ไม่จริง ก็เป็นการโกงกันไป  แถมมีสัญญากู้ยืมเงินอย่างถูกต้อง

4.เปลี่ยนชือทำไม…  ตั้งแต่เกิดเรื่อง เปิดบริษัท มีพนักงาน มีลูกค้าชัดเจน เดินหน้าชดใช้ นั่นคือสิ่งที่ผมทำ แต่เปลี่ยนชื่อ ผมมาเปลี่ยนตอนหลังที่อะไรมันลงตัวแล้วด้วยนะประมาณ 4 ปีหลังจากนั้น ผมก็มีหลักฐาน ว่าผู้ใหญ่อีกฝั่ง เปลี่ยนให้เป็นสิริมงคล มีการว่าจ้างคนคิดชื่อ เสนอให้พร้อมความหมาย  เพื่อเริ่มต้นสิ่งดีๆ ก็ยังถูกพาดพิงว่าเปลี่ยนหนี… ผมชี้แจงตรงๆนะ ไม่มีใครหนีปัญหาอะไรในชีวิตได้ครับ เราต้องเดินหน้า  แต่นั่นคือความจริงที่ผมไม่จำเป็นต้องบอก แล้วคนใกล้ตัวรวมถึงลูกค้า ผมก็เปิดเผยเวลามีใครถามตลอด ด้วยข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจน… ถ้าไม่ชัดเจน ลูกค้าจะเริ่มงาน ทำงานใหญ่ๆกันได้อย่างไรครับ

ซึ่งท้ายสุดมันคือ คืนช้า คืนไม่ทัน ถูกบิดความจริงให้เกลียดชัง ไม่มีใครมาถามความจริงจากอีกด้าน
เพราะผมไม่ต้องการพาดพิง หรือชี้แจงอะไร นั่นคือสิ่งที่ผมทำ แล้วมีการติดต่อพูดคุยกันตลอด
เคสที่ปิดจบไป ไม่มีใครกล่าวถึง เคสที่คืนทั้งเงิน ทำงานให้(ดูแลไม่คิดค่าใช้จ่าย) ก็ไม่มีใครพูดถึง

อีกทั้งในเมื่อต้องใช้ด้วยเงิน ผมเองก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่ยังโดนผู้ไม่หวังดี ใช้ อวตาร profile ปลอม ทักหาลูกน้องบ้าง ลูกค้าบ้าง คนใกล้ตัวบ้าง ด้วยเจตนาที่ไม่อยากให้งานได้ทำต่อ หรือเสียชื่อเสียง หลักฐานทั้งหมด มีตั้งแต่คนแคปแชทมาให้ น้องๆฝึกงานส่งต่อมาให้  ผมเรียนตรงๆนะ เราผิดใจกันเรื่องเงิน ก็ต้องทำงานชดใช้ แต่สิ่งที่มาตัดให้ไม่ได้ทำงานกัน เจตนาจริงๆคือ ไม่ได้หวังดีอยากให้ทำงานแบบที่ต้องการกันจริงๆ แค่เหตุผลนี้มันก็บ่งบอกหลายอย่าง ว่าคนที่ไม่ต้องการโต้ตอบอะไร เดินหน้าแก้ไข กับคนที่อาจจะเคลียกันจบไปแล้ว แต่ยังเดินหน้าทำลาย ตรงนี้ก็ตัดสินกันได้แล้วในมุมผม

สิ่งที่ได้ข้อมูล ที่ได้ยินมา มาดูความจริงอีกด้านบ้างไหมครับ เช่นวันที่ผมต้องผลักคนออกจากชีวิต มันคือทำเพื่อให้เค้าได้ไปต่อ เช่นจ่ายเงิน ให้ออก เอาเงินก้อนสุดท้ายไป ทั้งที่เราจะเป็นหนี้แทน เพื่อให้ทุกคนเดินต่อได้ มีงานทำต่อ  วันที่ตั้งใจทำงานต้องการผลักดันจนมันสำเร็จไม่ต้องการคำชื่นชมอะไร แต่วันที่ไม่สำเร็จเราก็ลุยมาด้วยกัน แต่ผมยังยินดีรับผิดชอบตัวคนเดียว ทั้งที่ความผิดพลาดมาจากคนอื่น(หลักฐานมีหมด) ผมก็ยังยืนหยัดยืดอกรับ   ทุกคนได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมด เช่น พนักงานได้เงินเดือน ลูกค้าได้เงินคืน ได้งานไปใช้ช่วงนึง  แต่เราคือคนที่ต้องยืนเพื่อรับปัญหา ไม่เคยไปไหน

ท้ายสุด ที่ต้องการชี้แจง มันคือการยอมรับความผิดพลาด การตัดสินใจทั้งงาน และการตัดสินใจในเรื่องที่ผิด ในภาวะปัญหารายล้อม แต่ก็ยังต่อสู้ยืนหยัด ทำงานมาโดยตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใครต้องการทำให้เสียหายอะไรใดๆ เราก็ยังเดินหน้าต่อ ด้วยความตั้งใจ

สามารถเช็คได้เลยครับ ว่าตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหาช่วง 7 8 ปีก่อน หลังจากนั้นไม่เคยไปไหน ยังทำงานเปิดบริษัท นำเสนองาน หาเงินชดใช้มาโดยตลอด มีบริษัทเป็นตัวตน มีการว่าจ้างพนักงานชัดเจน มีลูกค้าเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่ก็คือชีวิตคนคนนึง ที่ต้องการเดินต่อด้วยใจที่ยังรักในงานที่ทำ และยอมรับความผิดพลาดตัวเองมาโดยตลอด ต่อให้คนจะมองเราผิดๆ ถูกดูถูกด้วยข้อมูลที่ผิดๆ แต่สิ่งนั้นทำอะไรผมไม่ได้ เพราะผมรู้ว่าความจิรงมันเป็นยังไง และสิ่งที่ต้องทำตรงหน้าคืออะไร งานตรงหน้าที่ใช้ความสามารถก็ยังทำต่อไป ผมไม่ได้ผิดพลาดแบบในอดีต ผิดพลาดน้อยลงในเรื่องที่จะเกิดแบบในอดีต จะบอกว่า perfect ไม่ผิดพลาดเลย นั่นคงไม่ใช่มนุษย์ แล้วยิ่งเป็นคนที่อยู่ท่ามกลางปัญหา ภาวะการตัดสินใจ อารมณ์ต่างๆ ความอดทนต่างๆ ผมยังประครองให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด เพราะนี่คือสิ่งที่ผมรัก งานที่ผมรัก และชีวิตคนนึงไม่ต่างกัน

ผมขอชี้แจงไว้เท่านี้ก่อนครับ

 

หนึ่ง พุทธิพัชรด์ ศํกดิ์ปัทมานุกูล